วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คำราชาศัพท์ถ้าแปลตามรูปศัพท์มีที่มาอย่างไร




download
     คำราชาศัพท์ถ้าแปลตามรูปศัพท์ หมายถึง ศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ คำราชาศัพท์ใช้กับระมหากษัตริย์ เจ้านายหรือพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์และคนสุภาพ ราชาศัพท์เป็นวัฒนธรรมทางภาษาที่ชาวไทยใช้สื่อสารกับบุคคลดังกล่าวด้วยความเชื่อและการยกย่องมาแต่โบราณกาล
คำราชาศัพท์
ความหมายของคำราชาศัพท์
        คำราชาศัพท์ คือ คำสุภาพที่ใช้ให้เหมาะสมกับฐานะของบุคคลต่างๆ คำราชาศัพท์เป็นการกำหนดคำและภาษาที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของไทย แม้คำราชาศัพท์จะมีโอกาสใช้ในชีวิตน้อย แต่เป็นสิ่งที่แสดงถึงความละเอียดอ่อนของภาษาไทยที่มีคำหลายรูปหลายเสียงในความหมายเดียวกัน และเป็น ลักษณะพิเศษของภาษาไทย โดยเฉพาะ ซึ่งใช้กับบุคคลกลุ่มต่างๆ ดังต่อไปนี้
  1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
  2. พระบรมวงศานุวงศ์
  3. พระภิกษุสงฆ์ สามเณร
  4. ขุนนาง ข้าราชการ
  5. สุภาพชน
        บุคคลในกลุ่มที่ 1 และ 2 จะใช้ราชาศัพท์ชุดเดียวกัน เช่นเดียวกับบุคคลในกลุ่มที่ 4 และ 5 ก็ใช้คำราชาศัพท์ในชุดเดียวกันและเป็นคำราชาศัพท์ที่เราใช้อยู่เป็นประจำในสังคมมนุษย์เราถือว่าการให้เกียรติแก่บุคคลที่เป็นหัวหน้าชุมชน หรือผู้ที่ชุมชนเคารพนับถือนั้น เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ ทุกชาติ ทุกภาษา ต่างยกย่องให้เกียรติแก่ผู้เ ป็นประมุขของชุมชนด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นแทบทุกชาติ ทุกภาษาจึงต่างก็มี คำสุภาพ สำหรับใช้กับประมุขหรือผู้ที่เขาเคารพนับถือ จะมากน้อยย่อมสุดแต่ขนบประเพณีของชาติ และจิตใจของประชาชนในชาติว่ามีความเคารพในผู้เป็นประมุขเพียงใด เมืองไทยเราก็มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติ และพระประมุขของเรา แต่ละพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความ เคารพสักการะอย่างสูงสุดและมีความจงรกภักดีอย่างแนบแน่นตลอดมานับตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน คำราชาศัพท์เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยใด
        ในแหล่งอ้างอิงบางฉบับได้ให้ข้อสันนิษฐานไว้ว่า คนไทยเริ่มใช้คำราชาศัพท์ในรัชสมัยพระธรรมราชาลิไทพระร่วงองค์ที่ 5 แห่งสุโขทัย เพราะศิลาจารึกต่างในแผ่นดินนั้น รวมทั้งบทพระราชนิพนธ์ของท่าน คือ ไตรภูมิพระร่วงปรากฏว่ามีคำราชาศัพท์อยู่หลายคำ เช่น ราชอาสน์ พระสหาย สมเด็จ ราชกุมาร เสด็จ บังคม เสวยราชย์ ราชาภิเศก เป็นต้น
        บางท่านกล่าวว่า คำราชาศัพท์นั้นเริ่มใช้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะพระปฐมบรมกษัตริย์ที่ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยา ทรงนิยมเขมร ถึงกับเอาลัทธิและภาษาเขมรมาใช้ เช่น เอาคำว่า "สมเด็จ" ซึ่งเขมรใช้เป็นคำนำพระนามพระเจ้าแผ่นดินมาเป็นคำนำพระนามของพระองค์ และใช้ภาษาเขมรเป็นราชาศัพท์
        และจากหลักฐานที่พบข้อความในศิลาจารึกวัดศรีชุม กล่าวถึงเรื่องตั้งราชวงศ์และเมืองสุโขทัยตอนหนึ่งมีความว่า "พ่อขุนผาเมืองจึงอภิเสกพ่ขุนบางกลางหาวใหเมืองสุโขไท" คำว่า "อภิเษก" นี้เป็นภาษาสันสกฤต ไทยเรารับมาใช้สำหรับพิธีการแต่งตั้งตำแหน่งชั้นสูง จึงอยู่ในประเภทราชาศัพท์ และพิธีนี้มีมาตั้งแต่ราชวงศ์สุโขทัย จึงน่าสงสัยว่าในสมัยนั้นอาณาจักรสุโขทัยนี้ ก็คงจะมีการใช้คำราชาศัพท์บางคำกันแล้ว
ภาษาที่ใช้คำราชาศัพท์
        คำราชาศัพท์มิได้มีที่มาจากภาษาไทยภาษาเดียว ด้วยว่าการใช้คำราชาศัพท์เป็นการใช้ด้วยตั้งใจ จะทำให้เกิดความรู้สึกยกย่อง เทิดทูน จึงได้เจาะจงรับคำในภาษาต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยมาใช้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะภาษาที่นับถือกันว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์ คำราชาศัพท์ส่วนใหญ่จึงมีที่มาจากภาษาต่างประเทศมากมาย อย่างไรก็ตามก็ยังมีคำราชาศัพท์จำนวนไม่น้อยที่ใช้คำภาษาไทยแท้ ซึ่งเป็นคำสามัญยกระดับขึ้นเป็นคำราชาศัพท์ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าคำราชาศัพท์นั้นมีที่มาจากทั้งภาษาต่างประเทศและภาษาไทยของเราเอง ดังจะได้พิจารณาต่อไปนี้จากภาษาต่างประเทศ
        ตั้งแต่สมัยโบราณมา คนไทยได้ติดต่อกับคนต่างชาติต่างภาษามากมาย ในบรรดาภาษาทั้งหลายเหล่านั้น มีบางภาษาที่เรายกย่องกันว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็ได้แก่ ภาษาเขมร บาลี และสันกฤต ภาษาอื่นๆก็นำมาใช้เป็นคำราชาศัพท์บ้าง แต่ก็ไม่มากและสังเกตได้ชัดเจนเท่า 3 ภาษาที่กล่าวแล้ว
การเรียนรู้เรื่องคำราชาศัพท์
        ตามที่หลายคนคิดว่าคำราชาศัพท์เป็นเรื่องของในรั้วในวัง เป็นเรื่องของผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทนั้น ทำให้คิดต่อไปอีกว่า คำราชาศัพท์เป็นเรื่องยากซึ่งเมื่อก่อนอาจเป็นจริง แต่ปัจจุบันคำราชาศัพท์เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว แม้มิได้ใช้มากเท่ากับภาษาสามัญที่ใช้อยู่ในการดำรงชีวิตประจำวันแต่ทุกคนโดยเฉพาะผู้มีการศึกษาก็ต้องมีโอกาสที่จะสัมผัสกับคำราชาศัพท์ทุกวัน ไม่โดยตรงก็โดยทางอ้อม โดยเฉพาะทางสื่อมวลชน
        การเรียนรู้วิธีใช้คำราชาศัพท์นั้น กล่าวโดยสรุป ต้องเรียนรู้ใน 2 ประการ คือ เรียนรู้คำ ประการหนึ่งกับ เรียนรู้วิธีอีกประการหนึ่ง
  1. เรียนรู้คำ คือ ต้องเรียนรู้คำราชาศัพท์
  2. เรียนรู้วิธี คือ ต้องเรียนรู้วิธีหรือเรียนรู้ธรรมเนียมการใช้คำราชาศัพท์
ประโยชน์ของการเรียนรู้คำราชาศัพท์
        เพราะเหตุที่ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่สูงสุดของประเทศมาแต่โบราณ พระเจ้าแผ่นดินทรงใกล้ชิดกับประชาชนอย่างแนบแน่นประการหนึ่ง คำราชาศัพท์นั้นเป็นแบบอย่างวัฒนธรรมอันดีทางด้านการใช้ภาษาไทยประการหนึง และการอ่านหรือศึกษาวรรณคดีก็ดี การรับสารสื่อมวลชนในปัจจุบันก็ดี เหล่านี้ล้วนต้องมีคำราชาศัพท์เกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมออีกประการหนึ่ง ดังนั้นการเรียนรู้คำราชาศัพท์จึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากมาย ดังจะเห็นได้ดังต่อไปนี้
ประโยชน์ทางตรง
        เป็นประโยชน์ที่เกิดจากการตั้งเป้าหมายไว้ล่วงหน้า อันได้แก่
1. ประโยชน์จากการใช้คำราชาศัพท์ถูกต้อง
ที่เรียกว่าใช้คำราชาศัพท์ถูกต้องนั้น คือ ถูกต้องตามบุคคลที่ใช้ว่าบุคคลใดควรใช้ราชาศัพท์ขั้นไหน อย่างไร ประการหนึ่ง ถูกต้องตามโอกาส คือ โอกาสใดใชคำราชาศัพท์หรือไม่เพียงใด ประการหนึ่ง และถูกต้องตามวิธีการใช้คือ ใช้ถูกต้องตามแบบแผนที่นิยมนั้นก็อีกประการหนึ่ง การใช้ราชาศัพท์ต้องใช้ทั้งความรุ้และประสบการณ์เป็นดุลยพินิจให้ถูกต้อง
2. ประโยชน์จากการเข้าใจที่ถูกต้อง
ไม่ว่าจากการอ่านหนังสือประเภทต่างๆ เช่น วรรณกรรมทั่วไป วรรณคดี หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ทั้งหลาย โทรทัศน์ วิทยุ ตลอดจนสิ่งบันเทิงทั้งหลาย มีภาพยนต์ ละคร โขน ลิเก เป็นต้น เพราะการรับรู้ รับฟัง บางครั้งต้องมีสิ่งที่เรียกว่า คำราชาศัพท์ร่วมอยู่ด้วยเสมอ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ
ประโยชน์โดยทางอ้อม
        เป็นประโยชน์ผลพลอยได้ แม้ตั้งเป้าหมายไว้ล่วงหน้าหรือไม่ตั้งเป้าหมายไว้ก็ตาม คือ เมื่อรู้คำราชาศัพท์ดี ถูกต้อง ฟังหรืออ่านเรื่องราวที่มีคำราชาศัพท์เข้าใจผลประโยชน์พลอยได้ ก็จะเกิดขึ้นเสมอ ดังนี้
1. ธำรงรักษาวัฒนธรรมอันดีงานของชาติไว้
คือ รักษาให้คงอยู่ไม่เสื่อมสูญ ถือเป็นการธำรงรักษาวัฒนธรรมและความมั่นคงของประเทศชาติ
2. เพิ่มความมีเสน่ห์ในตัวบุคคล
คือ บุคคลผู้รู้และใช้คำราชาศัพท์ได้อย่างถูกต้อง เป็นการแสดงออกซึ่งความมีวัฒนธรรมอันดีงามทางภาษา
คำราชาศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ลำดับพระราชอิสริยศักดิ์พระบรมราชวงศ์
  1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว , สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
  2. สมเด็จพระบรมราชินี , สมเด็จพระบรมราชชนนี , สมเด็จพระยุพราช , สมเด็จพระสยามบรมราชกุมารี
  3. สมเด็จเจ้าฟ้า
  4. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
  5. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
  6. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
  7. หม่อมเจ้า
มูลเหตุที่ทำให้เกิดมีคำราชาศัพท์
        คือ ต้องการยกย่องให้เกียรติดังนั้นการศึกษาเรื่องคำราชศัพท์ นี้ จึงแบ่งเป็น 2 ตอน ใหญ่ๆคือ ตอนที่ 1 ศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตอนที่ 2 ศัพท์สำหรับพระภิกษุสงฆ์
ราชาศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์
  • คำนามที่เป็นชื่อสิ่งของสำคัญที่ควรยกย่อง มีคำเติมหน้า ได้แก่ พระบรมมหาราช พระบรมมหา พระบรมราช พระบรม พระอัคราช พระอัคร และพระมหา เช่น พระบรมมหาราชวัง พระบรมมหาชนกพระบรมราชชนนี พระบรมราชวงศ์ พระบรมอัฐิ พระบรมโอรสาธิราช พระอัครชายา พระมหาปราสาท พระมหาเศวตฉัตร เป็นต้น
  • คำนามเป็นชื่อสิ่งสำคัญรองลงมา นำหน้าด้วยคำ“พระราช” เช่น พระราชวังพระราชวงศ์ พระราชทรัพย์ พระราชลัญจกร เป็นต้น
  • คำนามเป็นชื่อของสิ่งสามัญทั่วไปที่ไม่ถือว่าสำคัญส่วนใหญ่เป็นคำบาลีสันสกฤต เขมร และคำไทยเก่า แต่บางคำก็เป็นคำไทยธรรมดานำหน้าด้วยคำ “พระ” เช่น พระกร พระบาทพระโรค พระฉาย พระแท่น พระเคราะห์ เป็นต้น คำนามใดที่เป็นคำประสม มีคำ “พระ” ประกอบอยู่แล้ว ห้ามใช้คำ “พระ” นำหน้าซ้อนอีก เช่น พานพระศรี (พานหมาก) ขันพระสาคร (ขันน้ำ) เป็นต้น
  • คำนามที่เป็นชื่อสิ่งไม่สำคัญและคำนั้นมักเป็นคำไทย นำหน้าด้วยคำว่า “ต้น” เช่น ม้าต้น ช้างต้น เรือนต้น และนำหน้าด้วย “หลวง” เช่น ลูกหลวง หลานหลวง รถหลวง เรือหลวง สวนหลวง ส่วน “หลวง” ที่แปลว่าใหญ่ ไม่จัดว่าเป็นราชาศัพท์ เช่นภรรยาหลวง เขาหลวง ทะเลหลวง เป็นต้น นอกจากคำว่า “ต้น” และ “หลวง” ประกอบท้ายคำแล้ว บางคำยังประกอบคำอื่นๆ อีก เช่น รถพระที่นั่ง เรือพระที่นั่ง รถทรง เรือทรง ม้าทรง ช้างทรง น้ำสรง ห้องสรง ของเสวย โต๊ะเสวย ห้องบรรทม เป็นต้น
ศัพท์สำหรับเจ้านายหรือพระบรมวงศานุวงศ์ คือตั้งแต่สมเด็จพระบรมราชินีลงไปถึงหม่อมเจ้า
  • ใช้พระราชนำหน้า เช่น พระราชเสาวนีย์ พระราชประวัติ พระราชดำรัlส พระราชกุศล พระราโชวาท พระราโชบาย เป็นต้น
  • ใช้พระนำหน้า เช่น พระเศียร พระองค์ พระหัตถ์ พระทัย พระบาท เว้นแต่หม่อมเจ้าไม่ใช้ “พระ” นำหน้า ใช้ว่า เศียร องค์ หัตถ์ หทัย บาท เป็นต้น
  • คำนามราชาศัพท์สำหรับเจ้านายอยู่ในตัว ไม่ต้องใช้คำนำหน้าหรือคำต่อท้าย เช่น วัง ตำหนัก ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
------------------------------
ขอขอบคุณภาพจาก royalword และ royallanguage
ขอขอบคุณที่มาข้อมูลจาก kroobannok 

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

อีก1กิจกรรมดีๆที่กำลังจะเกิดขึ้น กับ กิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad


5
  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ จะทรงนำคนไทยทั่วประเทศปั่นจักรยานอีกครั้ง เพื่อในหลวงผ่านกิจกรรม “ปั่นเพื่อพ่อ” Bike for Dad ฉลองวันพ่อ 5 ธ.ค. พร้อมกัน 11 ธ.ค. 2558
เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา รายงานข่าวแจ้งว่า นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ “หมอหยอง” ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดงานกิจกรรมพิเศษโครงการโครงการ “ไบค์ ฟอร์ มัม ปั่นเพื่อแม่” ได้โพสต์ภาพโปสเตอร์ พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมฯ ทรงกอดในหลวง เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “ปั่นเพื่อพ่อ” BIKE FOR DAD ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ธ.ค. 2558 เวลา 15.00 น. เพื่อ

   เฉลิมพระเกียรติในโอกาสคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “สุริยัน หมอหยอง สุจริตพลวงศ์” พร้อม ระบุข้อความว่า “ตราสัญลักษณ์พระราชทาน อันงดงามแห่งพลังความกตัญญู ทดแทนพระคุณพ่อ และตอบแทนพระคุณแผ่นดินร่วมกัน ในวันสิริมงคลที่แผ่นดินไทยจะหลอมใจเป็นหนึ่งถวายพ่อหลวงของปวงไทย หลอมใจให้เป็นหนึ่ง บอกรักพ่อให้ก้องโลก 11 ธันวาคมนี้ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติถวายพระราชสดุดีพ่อของแผ่นดิน บนเส้นทางสิริมงคลทั่วประเทศ”
       images

       ทั้งนี้ นายสุริยัน ระบุว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ จะทรงนำคนไทยทั่วประเทศ และคนไทยในทั่วโลก ปั่นจักรยานอีกครั้งเพื่อในหลวง “ปั่นเพื่อพ่อ” Bike for Dad ฉลองวันพ่อ 5 ธ.ค. พร้อมกัน 11 ธ.ค. 2558 เวลา 15.00 น. เพื้อเป็นการ รวมคนไทยทั่วโลก ที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหน แต่หัวใจก็มี พ่อหลวงองค์เดียวกัน อีกด้วย
      
       ส่วนเส้นทาง เสด็จฯ อยู่ระหว่างการวางแผน แต่จะเป็นเส้นทางสิริมงคล คงยังใช้ถนนราชดำเนิน และจะข้ามสะพานปิ่นเกล้า โดยจะไปที่ เยาวราช และ ผ่านแยกราชประสงค์ ด้วย โดยประชาชนสามารถ ติดตามข่าวสาร ความคืบหน้า ได้ที่ www.bikefordad2015.com หรือโทร. 1122
-----------------------------------------
ขอขอบคุณข้อมูลจาก manager.co.th
ขอขอบคุณที่มาจาก Zappnuar.com
ขอขอบคุณรูปภาพจาก sanook


วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ช่วงฮาโลวีน พบดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่แน่นอน "นาซ่า" เผยแล้ว!

                
           นาซาเผยดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่จะเคลื่อนตัวผ่านโลกในช่วงฮาโลวีน
  ดาวเคราะน้อย
ขอบคุณรูปภาพจาก 110238.blogspot
asteroid-belt
ดาวเคราห์น้อย
ขอขอบคุณรูปภาพจาก vichakarn.triamudom
    นาซา เผย ดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่จะเคลื่อนตัวผ่านโลกในช่วง วันฮาโลวีน โดยมันจะเป็นดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่ที่สุดที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้โลกจนกระทั้งถึงปี 2027
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2,000 ฟุต จะเคลื่อนตัวผ่านโลกในระยะห่างประมาณ 310,000 ไมล์ หรือราว 1.3 เท่าของระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ในช่วงวันฮาโลวีน นับเป็นวัตถุขนาดใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่เคลื่อนตัวผ่านโลกของเรา
ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีชื่อว่า ‘2015 ทีบี145? (2015 TB145) ถูกนักดาราศาสตร์บนเกาะฮาวายค้นพบด้วยกล้องโทรทรรศน์ ‘Pan-STARRS 1? เมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน โดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ระบุว่า นี่จะเป็นดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่ที่สุดที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้โลกจนกระทั้งถึงปี 2027
นาซาระบุว่า ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีวงโคจรที่ผิดปกติและเอียงอย่างมาก และนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มันเพิ่งถูกพบเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนทั้งที่มันมีขนาดใหญ่มาก โดยจากการประเมินเบื้องต้น ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 689-2,133 ฟุต และเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 126,000 กม./ชม. ทั้งนี้ นาซาระบุด้วยว่า ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะเคลื่อนผ่านกลุ่มดาวพราน ในวันที่ 30-31 ต.ค. และสามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก thairath.co.th.
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Zappnuar.com

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เรื่องของไข่(ไก่)ต้ม



    วันนี้เรามีเรื่องของไข่ๆมาฝากกันจ้า เชื่อว่าหลายคนยังไม่ทราบเท่าไหร่นักเกี่ยวกับระยะเวลาในการต้มไข่ และ น้ำหนักของไข่ แต่ละเบอร์ที่เราจะมีวิธีการลวก ต้ม หรือ นำมาประกอบอาหารที่ต้องใช้วิธีและเรื่องของเวลาที่ต่างๆกันออกไปคะ ทั้งนี้จะทำอาหารให้อร่อยได้ ต้องมีเทคนิคนิดนึง จริงมั้ยหล่ะคะทุกคน งั้นเรามาศึกษาไปพร้อมๆกันเลยจ้า

เบอร์ไข่1
ขอขอบคุณภาพและที่มาข้อมูลจาก Zappnuar.com

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เกร็ดความรู้เรื่องสำลีสีขาว



    ปัจจุบันสำลีมีบทบาทในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะนำมาใช้ทำความสะอาดผิวหน้า ผิวกาย หรือใช้ทำความสะอาดบาดแผล สำหรับสำลีที่ใช้นั้นมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น สำลีเช็ดหน้า สำลีเช็ดแผล สำลีอเนกประสงค์ สำลีก้าน สำลีแผ่น และสำลีก้อน ซึ่งแต่ละชนิดก็มีการใช้งานแตกต่างกันไป แล้วรู้หรือไม่ว่า สำลีนั้น ทำมาจากอะไร เรามาทำความรู้จักสำลี ไปพร้อมๆกับบทความนี้เลย 
    สำลีเริ่มใช้ครั้งแรกในวงการแพทย์ ตั้งแต่ ค.ศ 1180 ที่โรงพยาบาล Queen’s Hospital ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ โดย Dr.Joseph Sampson Gamgee ซึ่งในช่วงนั้นใช้วิธีการ นำฝ้ายจากต้นฝ้าย มาทำความสะอาด และฆ่าเชื้อ แล้วจึงนำมาใช้งาน และใช้งานแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน
   ในประเทศไทยมีโรงงานผลิตสำลีมากมาย ซึ่งฝ้ายที่นำมาทำสำลีนั้น 99% เป็นฝ้ายที่นำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนฝ้ายที่ปลูกในประเทศไทยนั้นเป็นฝ้ายพื้นเมือง มีเพียง 1% เท่านั้น
cotton-balls-on-plant
                        ขอบคุณภาพจาก theasianparent.com
สำลีที่ไม่ได้มาตรฐานมีหลายประเภท เช่น
• สําลีที่ไม่สะอาด มีฝุ่นผง สิ่งสกปรกเจือปนในสําลีอาจทําให้เกิดการแพ้ได้
• สําลีที่มีสารเรืองแสง หรือสารเคมีตกค้างในสําลีเช่น สารซักล้าง สารเคมีเหล่านี้อาจเป็นสารก่อมะเร็งในระยะยาวได้และก่อให้เกิดการระคายเคืองในผิวที่บอบบางเช่นผิวเด็ก
• สําลีที่ไม่ได้ผ่านการอบฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง อาจมีเชื้อโรคบางชนิดหลงเหลืออยู่
• สำลีที่ผลิตด้วยระบบการบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีสิ่งสกปรกตกหล่นลงไปในเนื้อสําลีเช่นเศษฝุ่น
   ต้นฝ้ายใช้ระยะเวลาการเติบโตประมาณ 100 วัน นับจากวันที่เริ่มปลูก มันจะค่อยๆเติบโต ออกดอก จากนั้นดอกจะร่วง และเกิดเป็นผล เรียกว่าสมอฝ้าย ผลแก่จะมีสีน้ำตาล เมื่อแก่จัดจะแตก และเห็นเป็นปุยฝ้ายสีขาวๆ อยู่ในสมอ เกษตรกรจะเก็บปุยฝ้ายใส่กระสอบ แล้วนำฝ้ายมาตากแดดเพื่อลดความชื้นและทำการแยกเมล็ดฝ้ายออก จากนั้นเตรียมขายให้กับโรงงาน เราเรียกส่วนนี้ว่า ฝ้ายดิบ 
   หลังจากที่ฝ้ายดิบมาถึงโรงงานทำสำลีแล้ว คนงานจะทำการตรวจสอบความสะอาด ตรวจสอบความยาวเส้นใย และการตรวจสอบความชื้นของฝ้ายดิบ เมื่อฝ้ายดิบผ่านกระบวนการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ก็ถึงเวลานำฝ้ายไปเข้ากระบวนการทำสำลีแล้ว
   กระบวนการทำสำลีแบบที่ 1 นำฝ้ายดิบมาทำการฟอก และนำมาสางให้เป็นเส้นๆ จากนั้นนำไปแปรรูปทำสำลีก้อนกลม และเข้าสู่กระบวนการฆ่าเชื้อ เพื่อใช้ในการแพทย์
กระบวนการทำสำลีแบบที่ 2 นำฝ้ายดิบมาทำการแปรรูปเป็นแผ่นบางๆ และพับเป็นชั้นๆ ทบกันไปมาประมาณ 9-12 ชั้น จากนั้นจึงนำฝ้ายที่ได้มาเข้ากระบวนการฟอกขาว และตรวจสอบสารเคมีตกค้างและความเป็นกรดเป็นด่างในสำลี และขั้นตอนสุดท้ายนำมาแปรรูปให้เป็นสำลีแผ่น สำลีม้วน และสำลีก้าน
เคล็ดลับในการตรวจสอบสำลี ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน
1.การตรวจสอบสารเรืองแสง ด้วยการใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์
2.การตรวจสอบสำลีที่มีสารตกค้าง โดยการใช้สำลีจุ่มน้ำสะอาดแล้วบีบน้ำออกให้หมาด ถ้าสำลีที่มีสารตกค้างจะมีกลิ่นอับแรงมาก
3.การทดสอบคุณสมบัติของสำลี สำลีที่ดีต้องทำจากฝ้าย 100% จึงซับน้ำได้ดี เมื่อนำสำลีก้อนหรือสำลีแผ่นมาจุ่มน้ำ สำลีจะจมลงภายในเวลาไม่เกิน 10 วินาที แต่หากเป็นสำลีที่ผสมใยสังเคราะห์ จะใช้เวลามากกว่า 10 วินาทีในการจมน้ำ หรืออาจจะไม่จมเลย
4.การทำสอบด้วยการเผาไหม้ สำลีที่ทำจากฝ้ายแท้ เมื่อเกิดการเผาไหม้จะไม่มีควันสีดำ และเถ้าของสำลีจะเป็นสีขาว แต่หากเป็นสำลีที่ผสมใยสังเคราะห์เมื่อเกิดการเผาไหม้ จะมีควันสีดำและมีกลิ่นเหม็นเหมือนไฟไหม้พลาสติก เถ้าของสำลีนั้นจะมีสีดำและเป็นก้อนแข็งๆ

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

มาเรียนรู้เคล็ด(ไม่)ลับ การเลือกซื้อน้ำปลา


เคล็ด(ไม่)ลับ การเลือกซื้อน้ำปลา(fish sauce)

น้ำปลา

   น้ำปลา จัดเป็นเครื่องปรุงรสยอดนิยมของอาหารไทย ซึ่งน้ำปลามีทั้งน้ำปลาดีและไม่ดี การเลือกน้ำปลาแท้หรือไม่แท้ ก็มีหลักในการพิจารณาเลือกซื้อ และต้องมีความรู้อยู่บ้างพอสมควร น้ำปลาราคาถูก ส่วนมากใส่ยากันบูด (โซเดียมเบนโซเอต) และสี นอกจากนั้นยังมีสิ่งให้ความหวาน ซึ่งเป็นภัยต่อผู้บริโภค การเลือกซื้อน้ำปลา มีหลักในการสังเกตดังนี้
⚡1. ราคาน้ำปลาดีมีคุณภาพมาตรฐาน น้ำปลาที่ดีควรมีราคาพอสมควร ไม่ถูกเกินไปจนผิดสังเกต
⚡2. น้ำปลาที่ไม่ได้ทำจากการหมักปลา จะเสียง่ายและเป็นฟอง ดังนั้นน้ำปลาเหล่านี้จะไม่วางขายโดยทั่วไป จะเรขายตามรถกระบะ ในราคาที่ถูกมากเป็นพิเศษ
⚡3. น้ำปลาที่แท้ ต้องมีสี กลิ่น รสของน้ำปลาอย่างแท้จริง และต้องใสสะอาด ไม่มีตะกอน และสิ่งสกปรกปะปนอยู่ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
⚡4. ฉลากน้ำปลา ควรเลือกซื้อที่ผลิตและยี่ห้อน่าเชื่อถือ น้ำปลาชั้นเลวจะมีแต่ยี่ห้อ ไม่บอกชื่อโรงงานที่ผลิต และสถานที่ตั้งของโรงงานที่ผลิต หรือฉลากมักอาจฉีกขาด สกปรก ดังเช่นน้ำปลาเร่ขาย เพราะพวกคนขายรับขวดเก่าเอาไปล้าง แล้วกรอกน้ำปลาใส่ใหม่ โดยใช้ฉลากเก่า
⚡5. น้ำปลาแท้ คือ น้ำปลาที่ได้จากการหมักปลากับเกลือ หรือกากปลาที่เหลือจากการหมักครั้งแรก กับน้ำเกลือตามกรรมวิธีทำน้ำปลาเท่านั้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก thaifooddb.com และภาพจาก udoncity.dungbhumi.com


วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ช่องคลอดมีปัญหามากกว่าที่คิด จะดูแลยังงัย อ่านเลยจ้า!!



1. ร่างกายจะสร้างช่องคลอดขึ้นสี่เดือนก่อนหน้าคุณเกิด!!!
      ทารกในครรภ์ทุกคนจะมีเนื้อเยื่ออวัยวะเพศ ซึ่งต่อมาจะพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นอวัยวะเพศหญิงหรือเพศชาย เมื่อทารกในครรภ์มีอายุได้ 10 สัปดาห์ ถ้าหากว่าดีเอ็นเอระบุว่าเป็นทารกเพศชาย ร่างกายก็จะเริ่มสร้างองคชาตและลูกอัณฑะขึ้น "แต่ถ้าหากว่าเป็นทารกเพศหญิง ช่องคลอด ก็จะเริ่มต้นเป็นรูปเป็นร่าง"

    2. เยื่อพรหมจารีอาจไม่มีทุกคน
      ถ้าหากตอนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกคุณไม่มีเลือดออก เป็นไปได้ว่าเยื่อพรหมจารีของคุณอาจขาดตอนเล่นกีฬาหรือตอนสอดใส่แทมพอน หรือไม่อย่างนั้นก็อาจแปลว่าคุณเกิดมาโดยไม่มีเยื่อพรหมจารีก็เป็นได้ และที่แปลกยิ่งกว่านี้ก็คือ ผู้หญิงบางคนอาจมีเยื่อพรหมจารีหนามากเสียจนกระทั่งต้องผ่าตัดเอาออก จึงจะสามารถมีเพศสัมพันธ์หรือสอดแทมพอนได้

    3. ช่วงหนึ่งนิ้วแรกคือช่วงที่มีความรู้สึกได้ไวที่สุด
      แม้ว่าช่วงสองนิ้วที่อยู่ลึกเข้าไปจะคือบริเวณที่สามารถรับความรู้สึกได้ เข้มข้นที่สุด แต่บริเวณช่วงหนึ่งนิ้วแรกที่อยู่ตอนปลายของช่องคลอด จะรับความรู้สึกพึงพอใจได้ดีที่สุด "บริเวณนี้คือบริเวณอันเป็นที่รวมของปลายประสาท"
Pap-test copy

    4. ช่องคลอดคือส่วนหนึ่งของอวัยวะสืบพันธุ์เท่านั้น
      ผู้หญิงจำนวนมากนึกว่าช่องคลอด หมายถึงอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งหมด "แม้ว่าปุ่มคลิตอริส แคมนอกและท่อปัสสาวะ จะอยู่ห่างกันเพียงแค่ประมาณหนึ่งนิ้ว แต่ทั้งหมดคืออวัยวะคนละส่วนกัน" ถ้า เช่นนั้นช่องคลอดคืออะไรกันแน่ ช่องคลอดคืออวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อ เป็นกล้ามเนื้อ และมีความชุ่มชื้น จุดเริ่มต้นคือจากบริเวณแคมในยื่นลงมาในอุ้งเชิงกรานเป็นระยะประมาณสามนิ้ว ส่วนปลายที่อยู่ปากมดลูก (ช่องแคบๆที่นำไปสู่ท่อปัสสาวะ) หน้าที่ของช่องคลอดคือเพื่อให้ความสุขทางเพศ เป็นช่องทางที่เลือดประจำเดือนไหลออกและเป็นเส้นทางให้กำเนิดทารก

    5. การมีเซ็กซ์เป็นผลดีต่อช่องคลอด
      ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีช่วยตัวเอง หรือมีเซ็กซ์กับคนรักก็ตาม การมีเซ็กซ์จะทำให้ช่องคลอดมีสุขภาพดีขึ้น "การได้เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดจะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและมีสุขภาพดี" นอกจากนี้เวลาที่ถูกกระตุ้นแล้วเกิดอารมณ์ ช่องคลอดจะได้รับการหล่อลื่น ทำให้เกิดความชุ่มชื้นและไม่รู้สึกระคายเคืองได้ง่าย

    6. บางคนอาจมีน้ำหล่อลื่นมาก แต่บางคนก็อาจมีน้อย
       เวลาที่คุณมี อารมณ์ทางเพศ  ผนังช่องคลอดจะรู้สึกร้อนและมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมา ผู้หญิงบางคนจะมีน้ำหล่อลื่นมากจนถึงกับเปียกแฉะ แต่บางคนก็เพียงรู้สึกชื้นๆเท่านั้น
art_42081794
    7. บริเวณช่องคลอดมีแบคทีเรียอยู่เป็นจำนวนมาก
      แบคทีเรียที่ว่าคือแบคทีเรียที่มีประโยชน์ เพราะมันช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ มีแบคทีเรียประมาณ 15 ชนิดด้วยกันที่อาศัยอยู่ในช่องคลอด และช่วยทำให้ช่องคลอดมีสภาวะเป็นกรด ซึ่งจะทำให้แบคทีเรียที่เป็นอันตรายไม่สามารถเจริญเติบโตได้

   8. ปุ่มกระสันอยู่ลึกเข้าไปข้างใน
      ลึกเข้าไปในช่องคลอดประมาณหนึ่งนิ้ว คือจุดที่เรียกว่า "จีสปอต" หากต้องการรู้ว่าจุดนี้อยู่ตรงไหน คุณอาจใช้นิ้วมือล้วงเข้าไป ก้อนเนื้อเล็กๆขนาดเท่ากับเหรียญสลึง ที่มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำ คือจุดที่ว่านี้ ลองลูบคลำจุดนี้ดูจนกระทั่งรู้สึกว่าถูกกระตุ้นเต็มที่ ความรู้สึกกระสันที่เกิดขึ้นอาจทำให้ร่างกายของคุณสั่นไปทั้งตัว และนี่ก็คือการถึงออกัสซั่ม

    9. สองด้านของอวัยวะเพศอาจไม่เท่ากัน
      เหมือนๆกับเต้านม ซึ่งข้างหนึ่งอาจใหญ่กว่าอีกข้าง อวัยวะเพศก็เช่นกัน "ขนาดของคุณอาจไม่เท่ากัน แต่ขอให้รู้ว่าเรื่องนี้ปรกติอย่างยิ่ง นอกจากนี้ขนาดและรูปทรงของอวัยวะไม่มีผลต่อสุขภาพและความพึงพอใจที่จะได้รับอีกด้วย"
slide_4

    10. อาจใช้ศัลยกรรมตกแต่งอวัยวะได้
      ศัลยกรรมตกแต่งอาจปรับแต่งขนาดของช่องคลอดให้เล็กลง กระชับขึ้น หรือตกแต่งขนาดของอวัยวะเพศให้ดูสมดุลขึ้นได้ ศัลยกรรมประเภทนี้เรียกว่า Labiaplasty แพทย์จะใช้มีดผ่าตัดหรือใช้เลเซอร์ตกแต่งขนาดของอวัยวะให้มีความสมดุล ด้วยเหตุที่ศัลยกรรมลักษณะนี้คือศัลยกรรมเสริมสวย สูติ-นรีแพทย์จึงไม่แนะนำให้ทำ ส่วนศัลยกรรมอีกประเภทเรียกว่า Vaginoplasty ศัลยกรรมประเภทนี้จะช่วยตกแต่งช่องคลอดที่หลวม เพราะคลอดบุตรหลายคนให้แคบและกระชับขึ้น สูติ-นรีแพทย์กล่าวว่า ศัลยกรรมประเภทหลังนี้เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ช่องคลอดหลวมมาก และใช้เงินค่อนข้างสูง

   11. จำเป็นจะต้องได้รับอากาศบริสุทธิ์
      เหมือนๆกับส่วนอื่นของร่างกาย ช่องคลอดก็ต้องการอากาศบริสุทธิ์เช่นกัน " ถ้าหากว่านุ่งกางเกงยีนส์ที่คับเกินไป หรือชุดชั้นในที่ทำจากใยสังเคราะห์ อากาศจะถ่ายเทไม่ได้ เพราะฉะนั้นเหงื่อไคลตลอดจนมูกต่างๆจะอบอยู่ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย"

    12. มีเสียงระหว่างมีเซ็กซ์
      เสียงเหมือนผายลมที่เกิดขึ้นระหว่างมีเซ็กซ์ เกิดจากการสอดใส่อวัยวะเพศชาย " เมื่อคนรักของคุณสอดใส่อวัยวะเข้าไปจนสุดแล้วชักออก อาจทำให้มีอากาศตกค้างอยู่ในช่องคลอด เมื่ออากาศเคลื่อนตัวออกมาจากช่องคลอด จึงทำให้มีเสียงเกิดขึ้น"
ตกขาว-จากไวรัส

   13. อาจคันได้
      การที่ผิวหนังแห้ง หรือมีเหงื่อออก หรือการสวมใส่เสื้อผ้าที่คับเกินไป อาจทำให้เกิดอาการคันขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หากว่าอาการคันนั้นรุนแรงและคันอยู่นานเกินกว่าหนึ่งวัน หรือคันภายในช่องคลอด ก็เป็นไปได้ว่า อาจมีสาเหตุมาจากสิ่งอื่น เช่นการติดเชื้อรา หรือเชื้อโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์

    14. ขนที่อวัยวะเพศมีเหตุผลรองรับ
      "ขนบริเวณอวัยวะเพศมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดการเสียดสีขณะมีเพศสัมพันธ์" นอกจากนี้ขนยังเป็นสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์อีก้ดวย อย่างน้อยก็ในช่วงที่มนุษย์ยังอาศัยอยู่ในถ้ำ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะขนเป็นตัวดักกลิ่น และกลิ่นนี้จะส่งสัญญาณเกี่ยวกับฮอร์โมนไปยังเพศตรงข้ามให้รับรู้

   15. ร่างกายอาจสร้างมูกจากช่องคลอดได้ถึงวันละสองช้อนชา
      ในช่วงที่ไข่ตก "ระดับฮอร์โมนในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้มูกจากช่องคลอดมีปริมาณมากขึ้น อาจมากถึงวันละหนึ่งช้อนชา" มูก จากช่องคลอดนี้จะเริ่มต้นจากบริเวณคอมดลูก จากนั้นจะเคลื่อนลงมาตามช่องคลอด และจะกวาดเซลล์ที่ตายแล้วออกมาด้วย และนี่คือวิธีที่ช่องคลอดทำความสะอาดตัวเอง ช่วงเวลาอื่นๆที่เหลือของเดือนเมื่อไม่ได้อยู่ในช่วงไข่ตกมูกจากช่องคลอดจะ มีปริมาณลดลง เหลือเพียงวันละประมาณครึ่งช้อนชาเท่านั้น

   16. จำเป็นต้องตรวจสภาพ
      ทุกๆสามเดือนคุณควรใช้กระจกส่อง โดยแหวกอวัยวะออกแล้วตรวจดูว่ามีส่วนใดที่โตขึ้นผิดปรกติ เจ็บผิดปรกติ หรือมีสีผิดปรกติบ้างหรือไม่ "แนวโน้มก็คือ คุณคงไม่เจออะไรที่ผิดปรกตรุนแรง สิ่งที่เจออาจเป็นเหมือนสิวหรือผื่นที่เกิดเพราะมีดโกนขน" หากพบอะไรน่าสงสัยให้รีบไปพบนรีแพทย์ทันที

   17. การคลอดลูกทำให้ช่องคลอดขยายใหญ่ขึ้นถึงห้าเท่า
      ปรกติแล้วช่องคลอดจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่าหนึ่งนิ้ว แต่เมื่อถึงเวลาคลอดลูก มันสามารถจะยืดออกไปได้ใหญ่กว่าเดิมจนเส้นผ่าศูนย์กลางอาจมีขนาดตั้งแต่ 4-5 นิ้ว ทั้งนี้เพื่อให้มีขนาดใหญ่พอที่เด็กจะคลอดออกมาได้ แต่ไม่ต้องกลัว หลังคลอดประมาณหกสัปดาห์ ช่องคลอดก็จะหดตัวกลับ

   18. สามารถรองรับอวัยวะเพศชายขนาดไหนก็ได้
      เมื่อคุณได้รับการกระตุ้นเร้ามากขึ้น ช่องคลอดก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย "ผนังช่องคลอดมีลักษณะเหมือนกระโปรงพลีท กล่าวคือ เมื่อคุณได้รับการกระตุ้นเร้า ผนังของช่องคลอดสามารถยืดตัวออกไปได้สองหรือสามนิ้ว" ในขณะเดียวกัน ความยาวของช่องคลอดก็อาจยืดออกไปได้จนมีความยาวประมาณหกนิ้ว เพราะ ฉะนั้นถ้าหากคนรักของคุณไม่ได้มีอวัยวะใหญ่จนเกินขนาด ช่องคลอดของคุณก็น่าจะรองรับเขาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณกับเขาใช้เวลาเล้าโลมและใช้สิ่งหล่อลื่นช่วย

   19. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอม
      สบู่หรือผงซักฟอกที่มีกลิ่นหอม อาจทำให้ผิวเนื้อบริเวณช่องคลอดระคายเคืองได้ "หากผิวเนื้อบริเวณนั้นสัมผัสเข้ากับสารเคมีบางอย่าง มันอาจจะระคายเคืองและเกิดอาการคันขึ้นได้" เพราะ ฉะนั้นคุณจึงควรทำความสะอาดบริเวณปากช่องคลอดโดยใช้น้ำเปล่า ไม่ใช้สบู่ นอกจากนี้ยังควรเลือกใช้แต่กระดาษชำระที่มีสีขาว ตลอดจนแทมพอนและผงซักฟอกที่ไม่มีกลิ่นหอมอีกด้วย

   20. ผู้ชายชอบลักษณะสัมผัส
      คุณเคยนึกสงสัยบ้างหรือไม่ว่าผู้ชายรู้สึกอย่างไรเมื่อได้อยู่ในตัวคุณ ผู้ชายโดยทั่วไปมักจะบอกว่าชอบมาก เขาชอบความรู้สึกลื่นๆอุ่นๆและชอบที่โดนกล้ามเนื้อส่วนนั้นของคุณรัดรึงเอา ไว้

   21. ประจำเดือนไม่ได้ออกมากอย่างที่คุณคิด
      คุณอาจคิดว่าตอนประจำเดือนมาเดือนละครั้ง คุณเสียเลือดไปเป็นลิตร แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ ในช่วงมีประจำเดือนแต่ละครั้ง คุณเสียเลือดไปเพียงแค่ประมาณสองสามช้อนโต๊ะเท่านั้น

   22. ผู้หญิงบางคนไม่มี
      เด็กผู้หญิงที่เกิดมาทุก 4,000-5,000 คน จะมีหนึ่งคนที่เกิดมาโดยไม่มีช่องคลอด ซึ่งถ้าเป็นดังนั้นบ่อยครั้งก็จะไม่มีมดลูกด้วย โชคดีที่ผู้หญิงเหล่านี้สามารถใช้เครื่องถ่างหรือสามารถผ่าตัดสร้างช่องคลอด ได้ เมื่อได้รับการผ่าตัดแล้ว ผู้หญิงเหล่านี้สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เหมือนกับผู้หญิงปกติ

   23. ออกกำลังเป็นผลดี
      การออกกำลังสามารถช่วยรักษาช่องคลอดมีสุขภาพดีได้ "การฝึกขมิบกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดที่เรียกว่า Kegel Exercise จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งแรง กล้ามเนื้อส่วนนั้นคือกล้ามเนื้อที่ช่วยให้คุณกลั้นปัสสาวะหรือช่วยให้ถึง จุดไคลแม๊กซ์" หากฝึกขมิบกล้ามเนื้อบ่อยๆ นานประมาณแค่สองหรือสามเดือน คุณก็จะเห็นผล ช่องคลอดของคุณจะกระชับขึ้นและสามารถมีความสุขเพิ่มขึ้นในเวลามีเซ็กซ์

   24. อาจมีอะไรติดค้างอยู่ข้างในได้
      อย่าเพิ่งตื่นตระหนกถ้าหากว่ามีอะไรติดอยู่ข้างใน เช่นแทมพอน ห่วงคุมกำเนิด ไดอะแฟรม หรือคอมด้อม ของที่ติดค้างอยู่จะไม่เคลื่อนเข้าไปในมดลูกหรือส่วนอื่นๆของร่างกาย ช่องคลอดเป็นทางตัน ไม่ได้มีลักษณะเหมือนถนนที่มีสองทาง ถ้าหากว่าคุณนั่งยองๆหรือยืน แล้วพยายามใช้มือดึงออก แต่มันไม่ยอมหลุดออกมา คุณควรไปพบสูติ-นรีแพทย์ และคุณก็ไม่ควรจะอายด้วย ทั้งนี้เพราะแพทย์เหล่านี้คุ้นเคยดีกับการมีของแปลกปลอมตกค้างอยู่ในช่อง คลอดของผู้หญิง

   25. การมีกลิ่นเป็นเรื่องปรกติ
      ช่องคลอดที่มีสุขภาพเป็นปรกติจะมีกลิ่นเล็กน้อย ทั้งนี้กลิ่นจะเป็นแบบไหนขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ขึ้นอยู่กับอาหารที่รับประทาน ขึ้นอยู่กับสารเคมีในร่างกาย หรือขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ในช่วงไหนของรอบวงจรประจำเดือน ของบางสิ่งอาจทำให้กลิ่นในช่องคลอดแรงขึ้นได้ เช่นการมีเหงื่ออกเยอะๆ กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง กลิ่นน้ำอสุจิของผู้ชายเมื่อมาผสมกับสารคัดหลั่งจากร่างกายคุณ ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงปรารถนาได้
ที่มา : dekitclub